ตำรวจยังไม่เชื่อ!! เปิดคำสารภาพ คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ชนวินาศ

เวลา 14.00น.วันที่ 12 เม.ย.69 นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พล.ต.ต.พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จ.ลำปาง พ.ต.อ.กิตติมาลีหวล ผกก.สภ.เถิน นายวุฒิพงษ์ แก้วตาเครือ นายอำเภอเถิน พร้อม สส.ลำปางเขต 4 ด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามกรณีดังกล่าว

โดยเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้แสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกันเพื่อดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมถึงความเสียหายของรถยนต์ในด้านต่างๆโดยวันนี้ตำรวจสภ.เถินได้เรียกเจ้าของรถและบริษัทประกันมาหารือว่าจะเยียวยาอย่างไร

พล.ต.ต.พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จ.ลำปาง ได้เข้าไปเยี่ยมเด็กหญิงวัย 3 ขวบซึ่งเป็นลูกสาวของสองผัวเมียที่เสียชีวิตที่รพ.เถินพร้อมเปิดเผยว่าทางตำรวจได้ตั้งข้อหากับคนขับรถพ่วง18ล้อแล้วในฐานความผิดขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับญาติของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมถึงผู้เสียหายรายอื่นๆ

ซึ่งเบื้องต้นเท่าที่ทราบบริษัทประกันภัยจะจ่ายสินไหมทดแทนให้กับทางผู้เสียชีวิตรายละ 2.2 ล้านบาท

ส่วนคนขับจะอ้างว่าเบรคแตกหรือไม่นั้นก็เป็นสิทธิ์ที่จะให้การแต่ทางตำรวจได้นำรถพ่วงคันที่เกิดเหตุไปตรวจที่ขนส่งและจะให้จนท.ที่เกี่ยวข้องเก็บหลักฐานว่าเบรคขัดข้องหรือไม่และยังมีภาพจากกล้องหน้ารถซึ่งใช้เป็นหลักฐานได้อย่างดี

ด้านนายธานินทร์ หนึ่งในผู้บาดเจ็บชาวอำเภอเถิน เล่าว่าตนเองเดินทางมาจาก กทม.ด้วยกัน 4 คน ซึ่งก็ใกล้จะถึงบ้านแล้ว ตนกับน้องบ็อบ หรือ นางสาวธนัดดา นั่งมาด้านหลัง ขณะถึงที่เกิดเหตุคนจับก็ชะลอรถเพราะมีรถติดยาว แป็บเดียวก็ได้ยินเสียงตูมๆมาด้านหลังไม่ถึงนาทีคือไวมากรถที่ตนนั่งก็ลอยขึ้นซึ่งขณะนั้นไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งรถหยุดนิ่งคือรถหงายท้องตนอยู่ด้านล่างพอรู้สึกตัวเห็นน้องบ็อบที่นั่งด้านข้างๆเลือดออกปากจึงรีบสำรวจตัวเองก็พบว่าได้รับบาดเจ็บที่แขนจากนั้นจึงได้เรียกน้องและข่วยกันหาทางออกจากรถ ซึ่งโชคดีที่ทั้ง4คนในรถปลอดภัย ตนเองแผลถลอกซ้ำที่แขน น้องบ็อบเจ็บที่คางและหน้าแข้ง ขณะที่น.ส.จันทร์ธิดา คำตัน 58 ปี พี่สาวของ นส.ชัชชฎา ตันพิบูลย์วงศ์ ผู้ตายเปิดเผยว่าส่วนตัวมองว่าการรับผิดชอบของประกันมันเป็นความรับผิดชอบทางกฏหมายแต่สำคัญคือมโนสำนึกของคนขับรถไม่ใช่ว่าฉันมีประกันจะขับ

อย่างไรก็ได้แล้วไม่ต้องรับผิดชอบกับชีวิตของคนอื่นมันควรจะต้องเยียวยาสำหรับเด็ก 2 ขวบ จนกว่าบรรลุนิติภาวะถ้าเขาจะต้องชดใช้น้องสาวจบวิศวะคอมพิวเตอร์ธรรมศาสตร์น้องชายจบนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ชีวิตเขากำลังไปได้ดีถ้าเขาทั้งคู่ยังอยู่ลูกสาวเขาจะต้องใช้ชีวิตได้ดีกว่านี้เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ต้องมีคนรับผิดชอบนอกเหนือจากคนขับ,เจ้าของรถ,ไปถึงคนที่ขับรถขนส่ง,บริษัทที่จัดส่งเพราะในเมื่อกกหมายห้ามรถบรรทุกวิ่งในช่วงเทศกาลแล้วทำไมคุณยังฝ่าฝืนกฏหมายเราอ่อนไปหรือเปล่าสินค้าที่ส่งมาจำเป็นจะต้องใช้ใน2-3วันนี้ไหมซึ่งตนเองก็จะฟ้องให้ชดใช้ตามกฏหมายนอกเหนือจากที่บริษัทประกันจ่ายสินไหมมา

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *