ครอบครัวสุดเศร้า กับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับมาของ จ.ส.อ.พลพร ทาบรรหาร ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ นักรบภูมะเขือ ที่สู้ไม่ถอยกับเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยที่บ้านเลขที่ 237 ม.9 ต.นามะเขือ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศล จ.ส.อ.พลพร ทาบรรหาร อายุ 42 ปี ทหารสังกัดกองร้อยอาวุธเบาที่ 1 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 16 ( ร.16 พัน.2 ร้อย.1) ค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว (มะเร็งตับ)

หลังปฏิบัติหน้าที่ทหารกล้าที่ภูมะเขือ เหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาจนวินาทีสุดท้าย แม้รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย แต่ก็ไม่ยอมลงมารักษาตัว ยังปฏิบัติหน้าที่รักษาผืนแผ่นดินของชาติ และอยู่คู่เคียงบ่า เคียงไหล่ทีมงาน จนสถานการณ์คลี่คลาย จึงกลับมารักษาตัว ก่อนจะเสียชีวิต เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา
บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน นายจีรศักดิ์ จราฤทธิ์ กำนันตำบลนามะเขือ นายอำคา โทรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านนามะเขือ ม.9 พร้อมด้วยเพื่อนข้าราชการทหารมาช่วยงานและแสดงความเสียใจ
นางหนูพลอย อายุ 61 ปี แม่ของ จ.ส.อ.พลพร กล่าวว่า ลูกชายรับราชการทหารมา 20 กว่าปีแล้ว มีภรรยา และลูกชาย 1 คน เรียนอยู่ที่ จ.ยโสธร ทั้งนี้เดิมจับสลากได้ใบแดงเป็นทหาร ก่อนจะสอบได้นายสิบ เป็นทหารที่ จ.ยโสธร ซึ่งช่วงก่อนหน้าที่จะมีการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ลูกชายได้ไปตรวจที่โรงพยาบาล พบก้อนเนื้องอกที่ตับ แพทย์บอกว่าเป็นมะเร็งตับระยะที่ 3-4 หรือระยะสุดท้ายแล้ว ซึ่งมีอาการปวดท้องบ้าง แต่ก็ไม่เคยได้ยินลูกชายบ่น หรือบอกว่าปวดท้อง เนื่องจากลูกชายมีความอดทนมาก และจะไม่ยอมแสดงอาการอ่อนแอให้ใครเห็นง่ายๆ

นางหนูพลอย กล่าวต่อว่า กระทั่งช่วงระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเกิดการปะทะกันนั้น จ.ส.อ.พลพร บอกแม่ว่า จะขอทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติให้ถึงที่สุด และจะขอทำหน้าที่ดูแลทีมงานที่สู้รบด้วยกันให้ถึงที่สุดที่ภูมะเขือ แม้แม่จะพยายามบอกลูกชายให้เดินทางกลับมารักษาตัว แต่ลูกชายก็ไม่ยอมลงมาทำการรักษาต่อ และบอกว่าหากตายก็จะยอมตายในชุดทหารออกรบ พร้อมกับได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ภูมะเขือต่อไปจนเหตุการณ์สงบคลี่คลายลง และได้เดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ และได้เสียชีวิตเมื่อวานนี้ด้วยอาการสง

นางหนูพลอย กล่าวว่า แม้การจากไปของลูกชายจะสร้างความเสียใจให้กับตน และครอบครัวอย่างมาก แต่ตนก็ภูมิใจที่ลูกชายทำหน้าที่เสียสละทั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ให้คนไทยอยู่อย่างปลอดภัยจนถึงวินาทีสุดท้าย ไม่ห่วงตัวเอง เห็นประเทศชาติมาก่อน ไม่ยอมทิ้งเพื่อนร่วมทีม แม้ตัวเองจะเจ็บปวดจากโรคภัย ซึ่งหลังจากนี้ทางครอบครัวก็จะจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป และจะมีพิธีฌาปนกิจวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568
นางหนูพลอย กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดงานก็ได้รับการดูแล จากหน่วยทหารต้นสังกัด ผู้บังคับบัญชาของ จ.ส.อ.พลพร เพื่อนทหาร รุ่นน้อง เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองอำเภอสหัสขันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวก และจัดงานพิธีงาน จึงขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ความช่วยเหลือดังกล่าว
ทั้งนี้ ด้านสิบเอกธีระพงษ์ ประทุม อายุ 28 ปี ทหารรุ่นน้องในทีม กล่าวว่า ภูมิใจและภาคภูมิใจมากที่ได้ร่วมงาน และร่วมสู้รบกับพี่ จ.ส.อ.พลพร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จ.ส.อ.พลพร เป็นทั้งพี่ชาย เป็นทั้งหัวหน้าทีม เป็นทั้งเพื่อนรุ่นพี่ที่ดูแลน้องๆร่วมทุกข์ ร่วมสุขมาด้วยกัน และที่สำคัญได้ทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง และทีมงานอย่างเต็มความสามารถ ไม่ยอมทิ้งเพื่อน ไม่ยอมทิ้งน้อง ไม่ยอมทิ้งพี่แม้ตัวเองจะเจ็บป่วย ซึ่งตนและรุ่นน้อง พร้อมด้วยเพื่อนๆ จะไม่มีวันลืมความดีและไม่มีวันลืม จ.ส.อ.พลพรตลอดไป
ข่าวด่วน!! ข่าวเศร้า ยืนยันการเสียชีวิตของ… ดูเพิ่มเติม!!

เรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนใจใครหลายๆ คน หลังไฟไหม้ครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระยอง สร้างความสูญเสียอย่างหนัก บ้านเรือนหลายหลังถูกเพลิงเผาวอด และมีผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ


เพื่อนบ้านเล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุมีญาติของเจ้าของบ้านมาเยี่ยม จึงได้ตั้งเตาย่างบาร์บีคิวรับประทานกัน เมื่อถึงเที่ยงคืนเธอกลับเข้าบ้านของตัวเอง
กระทั่งเวลาตี 2 ได้รับข่าวร้ายว่าไฟไหม้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งยังระบุว่าเจ้าของบ้านเคยบ่นเรื่องถังแก๊สรั่วและไฟฟ้าลัดวงจรเป็นประจำ
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ต้นเพลิงมาจากชั้นล่างของบ้าน ก่อนจะลุกลามขึ้นชั้นสองอย่างรวดเร็ว ผู้ที่พักอาศัยอยู่ด้านบนไม่สามารถหนีออกมาได้
นื่องจากถูกควันและไฟปิดล้อมทั้งหมด ส่งผลให้เสียชีวิตรวม 7 รายในครั้งนี้ หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทีมแพทย์นิติเวชเข้าตรวจสอบพื้นที่
พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตออกมา ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าของญาติและเพื่อนบ้าน ขณะที่เพื่อนของหนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัยในโลกออนไลน์ ทำให้มีผู้คนร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก





